[ROTG] Let all the children sleep, like lying in their cradle

posted on 26 Jan 2013 14:45 by ohohoh in MyWork directory Fiction



* นอร์ธ + แจ๊ค ค่ะ ห้ามเปลี่ยนเครื่องหมายเด็ดขาด

* มีบางส่วนเชื่อมกับเรื่องที่แล้ว แต่อ่านโดดๆ ก็ไม่มีปัญหา
* ขอบคุณคุณ @chibi มากเลยค่ะที่ทั้งช่วยเสนอไอเดียหลายอย่างและยังเบต้าให้ด้วย ไม่งั้นข้าพเจ้าคงปล่อยให้พล๊อตนี้ค้างอยู่อีกนาน
* ที่มาของพล็อตนี้คือรีเควสใน Secret Rotg ของคุณ @chibi ค่ะ หลงรักตั้งแต่อ่านเจอ แต่ข้าพเจ้าไม่มีปัญญาไปร่วมกิจกรรมกับเขา เลยขอโกงด้วยการแง่บมาเขียน ขอบคุณคุณจิบิอีกทีด้วยค่ะที่อนุญาต

 





แจ๊ค ฟรอสต์จรดเท้าลงบนพื้น แนบตัวกับซอกกำแพง และพยายามเหลือร่องรอยของตัวเองให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขากลั้นหายใจและเงี่ยหูฟังรอบข้างอย่างระมัดระวังว่าเสียงอึกทึกยังคงอยู่ห่างไกลออกไปในที่อื่น...ที่ใดสักแห่งซึ่งไม่ใช่ที่นี่ หากในวินาทีที่เขากำลังจะลอยตัวออกไปนั่นเอง เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ กับเสียงฝีเท้าหนักอึ้งก็ดังมาจากด้านหนึ่งของทางเดิน

เด็กหนุ่มถอยวูบกลับเข้าหลืบกำแพงซึ่งคงพอจะเป็นที่ซ่อนให้เขาได้อีกระยะหนึ่ง อ่านจากเสียงเหล่านั้นแล้ว เขารู้ได้ว่าผู้มาใหม่นั้นหาได้มีเพียงคนเดียว และไม่เป็นเรื่องฉลาดเลยที่จะถูกเจอตัวในตอนนี้ ภูตฤดูหนาวกำไม้เท้าคู่ใจแน่น หัวใจเต้นแรงในขณะที่มือชื้นไปด้วยเหงื่อ เสียงเล็กๆ ในสมองกรีดร้องเตือนว่านั่นเป็นการกระทำที่โง่เขลา เขาควรจะกลั้นหายใจอยู่อย่างเงียบเชียบ และรอให้ศัตรูเลยผ่านไปมากกว่า

แต่ไม่ใช่ นั่นไม่ใช่เขา หากปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เขาก็คงไม่เหลือศักดิ์ศรีอะไรไปอ้างตนว่าเป็นผู้พิทักษ์อีกต่อไป เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึก รอจังหวะ... และพลิกตัวยิงพลังของตนออกไปอย่างแม่นยำ

อุ้งเท้าหนาใหญ่เหยียบไปบนพื้น ก่อนจะไถลไปข้างหน้าพาเจ้าของเสียหลัก ร่างยักษ์ปักหลั่นหงายลอยขึ้นในอากาศ ตีลังการอบหนึ่งเป็นวงกลมอันสมบูรณ์แบบแล้วหล่นโครมลงบนพื้นท่ามกลางสายตาตะลึงพรึงเพลิดของเอลฟ์สองสามตนที่ยืนอ้าปากค้างอยู่

แจ๊คพุ่งตัวเต็มสปีดออกไปในทางเดินฝั่งตรงกันข้ามพร้อมกับระเบิดหัวเราะสนั่น เสียงคำรามอู้อี้ด้วยความโกรธของเยติกับเสียงปรบมือด้วยความทึ่งของเอลฟ์ดังไล่หลังมา แต่ผู้พิทักษ์แห่งความสนุกสนานก็ไม่มีเวลาหันกลับไปชื่นชมผลงานของตัวเองนัก พวกเยติคงจะฆ่าเขาแน่ๆ หากรู้ว่าโครงการที่เขาริเริ่มขึ้น (ตอนนี้แหละ เมื่อตะกี้นี่เอง) คือการวิจัยเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับปริมาณความหนาและมุมองศาของน้ำแข็งที่จะทำให้เยติตีลังกากลางอากาศทุกครั้งที่เหยียบโดนเข้าให้ และเป้าหมายต่อไปก็คือตีลังกาสองรอบ.... อ้อ หรือจะขยับขยายตัวทดลองออกไปเป็นเจ้ากระต่ายยักษ์นั่นด้วยก็คงไม่เลวเหมือนกัน (แซนดี้กับทูธไม่ค่อยได้เหยียบพื้นอยู่แล้ว ทั้งสองจึงหลุดจากโครงการนี้ไปโดยปริยาย ส่วนนอร์ธ... นั่นสินะ เขาอาจจะลองขอคำแนะนำด้านเทคนิคจากนอร์ธดูก็ได้)

เสียงหัวเราะของภูตฤดูหนาว เสียงคำรามของเยติ และเสียงกรี๊ดกร๊าดอย่างตื่นเต้นของเอลฟ์ดังก้องไปทั่วโรงงานทำของเล่น เป็นเรื่องน่ายินดีที่ซานตอฟ คราวสเซ่นในวันนี้ยังคงปั่นป่วนและสงบสุขดั่งเช่นเคย

 

 

ไม่ทราบว่าเป็นจังหวะดีหรือจังหวะร้ายกันแน่เมื่อแจ๊คมาเยี่ยมที่ทำงานของนอร์ธขณะที่เจ้าตัวกำลังจะออกไปข้างนอกพอดี

ท่ามกลางฝูงเยติที่กำลังเตรียมเลื่อนเทียมกวางอย่างเร่งรีบ นิโคลัส St. นอร์ธกระชับสายบังเหียนพลางก้มลงมองผู้พิทักษ์คนใหม่ล่าสุดของทีม

“แน่ใจแล้วรึว่าจะไม่ไปด้วยกันจริงๆ”

“ท่านจะไปโพรงกระต่ายใช่ไหมล่ะ ไม่ล่ะ ไม่ดีกว่า ข้าไม่ชอบถูกทักทายด้วยการเค้นคอเท่าไหร่” เด็กหนุ่มสะบัดข้อมือยิ้มๆ พอนอร์ธเลิกคิ้ว แจ๊คก็หยักมุมปากขึ้น “ข้าทำลำธารสายหนึ่งของบันนี่ให้กลายเป็นลานสเก็ตไปน่ะ  ท่านเห็นด้วยไหมว่าถ้าพวกไข่มีเวลาได้เล่นสนุกอะไรเสียบ้างนอกจากกระโดดจุ่มตัวในน้ำ พวกมันจะได้กลายเป็นไข่อีสเตอร์ที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับปีหน้า”

ผู้สูงวัยกว่าหัวเราะพรืด และพอจะนึกภาพออกว่าบันนี่มุนด์คงโมโหเป็นฟืนเป็นไฟสักแค่ไหน แม้จะไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายนึกจะฝึกฝนกองทัพไข่อีสเตอร์ไปทำอะไรกันแน่ แต่เขาก็คิดว่ามันเป็นไอเดียที่บรรเจิดไม่เบาทีเดียว

“เจ้าอยากจะรออยู่ที่นี่จริงๆ รึ”
พอถามย้ำ เด็กหนุ่มก็ฉีกยิ้มกว้างตอบ
“โอย ไม่ต้องห่วงข้าหรอก ข้ามีแผนสำหรับตัวเองตั้งมากมาย ท่านคิดว่าข้าอยู่ยังไงมาตั้งสามร้อยปี”
นอร์ธชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเบือนสายตาหนีจากอีกฝ่ายเหมือนไม่ตั้งใจ ภูตฤดูหนาวเอียงคอด้วยความสงสัย หากก่อนที่เจ้าตัวจะทันได้เปิดปากถาม เขาก็ดึงสายบังเหียนพร้อมกับตะโกน “เราจะไปกันแล้ว!”

“แจ๊ค” เขาเรียก “ข้ามีเรื่องต้องคุยกับเจ้าอีก”
“อ้อ” อีกฝ่ายเลิกคิ้วตอบงงๆ
“เจ้ารออยู่ที่นี่ ....แล้วก็อย่าไปกวนพวกเยติดีกว่า ต่อให้เวลางานไม่ยุ่ง พวกนั้นก็หงุดหงิดตลอดเวลาทำงานนั่นแหละ”
น้ำเสียงของนอร์ธกลับมาร่าเริงเหมือนเคย แจ๊คจึงไม่รอช้าที่จะหัวเราะกลับไป
“ท่านเชื่อใจข้าได้เลย”

 

 

ในตอนแรก เกมไล่จับกึ่งซ่อนหาซึ่งตั้งต้นจากห้องโถงใหญ่นั้นมีผู้ร่วมเกมเพียงแจ๊คกับเอลฟ์จำนวนหนึ่ง แต่ทันทีที่สัญญาณเริ่มเกมดังขึ้นและทุกคนพากันแตกฮือออกไปรอบข้างให้ไกลจากเอลฟ์ซึ่งเป็นคนวิ่งไล่ ภูตฤดูหนาวก็เอี้ยวตัวกลับไปยิงน้ำแข็งเกาะเท้าเอลฟ์เคราะห์ร้ายสองตนซึ่งวิ่งอยู่ข้างเขาพอดี ทั้งสองตนติดหนับและถูกจับได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้น กติกาก็ดูเหมือนจะถูกเปลี่ยนไปเล็กน้อย ด้วยใครก็ตามที่ถูกจับได้จะต้องเข้าฝ่ายไล่ตามไปด้วย และเกมจะไม่มีวันจบจนกว่าจะเหลือเพียงผู้รอดชีวิตคนสุดท้าย

เรื่องยิ่งโกลาหลขึ้นไปอีกเมื่อเด็กหนุ่มถูกล้อม และตัดสินใจว่าทางหนีที่ดีที่สุดก็คือการทะลวงเข้าไปในไลน์ผลิตของเล่นของเยติ
เขาถีบกองลูกบอลให้ทลายลงไปขวางทางผู้ไล่ล่า แล้วโฉบหลบเยติอีกตนจนตุ๊กตาที่อีกฝ่ายหอบอยู่หล่นกระจายไปทั่วพื้น (สาบานได้ว่าอันหลังนี่เขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ) อุ้งมือของเยติอีกตนเกือบจะคว้าฮู้ดของเขาได้ก่อนที่ภูตฤดูหนาวกระโจนขึ้นไปเกาะอยู่บนโคมไฟ และมองเห็นด้วยหางตาว่าเยติตนนั้นเสียหลักคว่ำไปกับพื้น “โทษที!”
เยติหลายตน...นำทีมโดยฟิล....ตะโกนโหวกเหวกพลางชูกำปั้นใส่ แจ๊คหัวเราะลั่น เมื่อรู้ว่านอกจากฝูงเอลฟ์แล้ว เขายังมีกองทัพเยติเข้าร่วมการตามล่าหัวอีกด้วย

 

เสร็จจากการซุ่มโจมตีที่ระเบียงฝั่งใต้และหลบศัตรูมาได้อย่างฉิวเฉียด แจ๊คพยายามกลั้นหัวเราะขณะบินไปตามทางเดิน (เขาย่อมไม่อยากเผลอเหลือรอยเกล็ดน้ำแข็งไว้บนพื้นเป็นลายเซ็นต์ว่าตัวเองเพิ่งจะผ่านไปทางไหนหรอก) มาถึงจุดนี้ เขาค่อนข้างมั่นใจทีเดียวว่าเอลฟ์และเยติทั้งฝูงคงกำลังควานหาตัวเขากันให้ควั่ก และนั่นก็ช่างเป็นสถานการณ์ที่ตื่นเต้นเร้าใจเหลือเกิน

เด็กหนุ่มเบรกเอี๊ยดกลางอากาศเมื่อเห็นบานประตูที่คุ้นตา ซึ่งในวันนี้มันมีป้ายที่ไม่คุ้นตาเท่าไหร่แขวนอยู่ว่า “ลับสุดยอด! ห้ามเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” .....มันคงเป็นแผนรับมืออะไรสักอย่างสำหรับเยติที่ชอบเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของซานตาครอสแบบอึกทึกครึกโครม (ถึงพวกนั้นจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะนะ!) ไม่รู้ว่านอร์ธจะเสียเวลาไปมากมายแค่ไหนกับการสอนให้เยติเข้าใจความสำคัญของป้ายนี้ และไม่รู้เหมือนกันว่าเยติทั้งหลายกระทำตามโดยเคร่งครัดสักเท่าใด แต่สำหรับเขา... ในฐานะแจ๊ค ฟรอสต์และผู้พิทักษ์แห่งความสนุกสนานแล้ว รับรองได้เลยว่าเขาไม่เสียเวลาให้กับการห้ามใจตัวเองเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว

ภูตน้ำแข็งเขี่ยลูกบิดหมุนเบาๆ พยายามอย่างเต็มความสามารถที่จะไม่เหลือเกล็ดหิมะไว้ เขาลอดตัวผ่านช่องประตูที่แง้มเปิดเล็กน้อย ก่อนจะงับปิดลงอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด

ห้องที่ไร้เงาคนนั้นหาได้ว่างเปล่าอย่างเด็ดขาด ของเล่นชิ้นน้อยชิ้นใหญ่ ทั้งที่เสร็จสมบูรณ์และกำลังอยู่ระหว่างการประดิษฐ์ประดอยต่างวางระเกะระกะไปทั่ว หากที่ดึงดูดสายตาที่สุดนั้นคือเรือน้ำแข็งลำใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะตัวยาว เหมือนว่านอร์ธยังอยากจะเพิ่มไอเดียอะไรลงไปอีก ส่วนบนของเรือจึงยังไม่ออกมาเป็นรูปร่างชัดเจนนัก แต่แสงแดดอ่อนๆ ก็สะท้อนผิวน้ำแข็งเป็นประกายระยิบระยับ และทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำแข็งอย่างเขาอดไม่ได้ที่จะทึ่งกับฝีมือของเจ้าของผลงานชิ้นนี้

แจ๊คชะโงกมองเรือจากด้านซ้ายทีด้านขวาทีด้วยความตื่นเต้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าหนักอึ้งดังมาจากข้างนอก เด็กหนุ่มสะดุ้งโหยง เมื่อเหลียวซ้ายแลขวาแล้วก็มุดพรวดเข้าไปใต้โต๊ะทำงานซึ่งมีกองของเล่นบังอยู่ เขาเกือบจะทำรถคันเล็กๆ ตกมาจากยอดกอง หากก็ยื่นมือออกไปรับไว้ได้ทันพอดี

เสียงพูดอู้อี้ดังมาจากหน้าประตู ใครบางคนกำลังถกเถียงไม่ก็ปรึกษากันอยู่ แจ๊คลุ้นจนตัวโก่งว่าฝ่ายตรงข้ามจะฝืนประกาศิตบนป้ายเปิดประตูเข้ามาหรือไม่ แต่ดูเหมือนโชคจะเป็นของเขา ด้วยเสียงพูดกับเสียงฝีเท้าค่อยๆ ห่างออกไปในที่สุด

เด็กหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่และนอนหมอบลงกับพื้นไม้ซึ่งขัดจนมันปลาบและเย็นเฉียบ แสงแดดจางๆ ส่องลอดหน้าต่างลงมาทอประกายวิบวับราวกับดาวดวงเล็กๆ ท้องฟ้าซึ่งเหมือนกับถูกทาด้วยสีน้ำ ทั้งสูง ทั้งไกลทำให้เขานึกโล่งใจขึ้นมาโดยไม่มีความหมาย ที่นี่ช่างเงียบสงัด หากก็ไม่ใช่ความเงียบที่เหงาหงอยอย่างเด็ดขาด... ความเงียบที่เหมือนถูกโอบอุ้มไว้ในอ้อมแขนอันอบอุ่นและปลอดภัย มันเป็นความรู้สึกที่เขาเคยลืมเลือนไปเป็นเวลานาน แต่ก็เกือบจะร้องไห้ออกมาด้วยความยินดีเมื่อจดจำได้ว่านั่นคืออ้อมแขนของใคร

แจ๊คพยายามกระพริบหนังตาที่เริ่มหนักอึ้ง สายตาเพ่งจ้องไปยังฝุ่นที่เต้นอยู่กลางแสงแดดใต้กรอบหน้าต่าง ใจหนึ่งเร่งเร้าว่าเขายังมีแผนที่ต้องทำอีกมากมาย หากอีกใจหนึ่งก็ต่อรอง.... ว่าขอเวลาอีกสักครู่หนึ่ง ให้เขาได้อยู่ที่นี่ก็พอ

 

 

นอร์ธเกาหัวแกรกอย่างลำบากใจเมื่อกลับมาเจอเยติกำลังเดินวุ่นไปทั่ว ฟิลรายงานว่าแจ๊คทำป่วน (เช่นเคย) อีกฝ่ายดูจะร้อนใจไม่น้อยขณะบอกว่าแจ๊คซ่อนตัวเงียบนานเกินไป ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่วิสัยของเด็กหนุ่มคนนั้นเลย

พอปล่อยฟิลกลับไปสู่การค้นหาและเปิดประตูห้องทำงานของตัวเอง นอร์ธก็ต้องเลิกคิ้วเมื่อพบว่าภายในห้องเย็นยะเยียบกว่าปกติ เขาทำงานน้ำแข็งที่นี่ด้วย ห้องนี้จึงมีอุณหภูมิต่ำกว่าที่อื่นเล็กน้อย แต่การ์เดี้ยนชาวรัสเซียก็มั่นใจว่ามันไม่ได้เย็นจนขนาดนี้แน่นอน

เขาสังหรณ์ใจและมองไปรอบๆ ห้องอย่างละเอียด เมื่อเห็นปลายเท้าเปล่ายื่นออกมาจากหลังโต๊ะทำงาน เขาก็แทบสะดุ้งพร้อมกับรีบสาวเท้าเข้าไปอย่างรวดเร็ว นอร์ธก้มลงมองใต้โต๊ะ และพบว่าแจ๊คกำลังหลับอยู่ตรงนั้นเอง

เด็กหนุ่มนอนตะแคง ขดแขนขาราวกับลูกสัตว์ที่หลับอยู่ในโพรง สองมือกอดไม้เท้าคู่ใจไว้แนบอกราวกับว่ามันคือตุ๊กตาหมีของเขา
นอร์ธอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือลงไปขยี้เส้นผมสีขาวสนิทซึ่งกระจายยุ่งเหยิง อีกฝ่ายห่อไหล่ทีหนึ่ง และโดยไม่คาดคิด ศีรษะเล็กๆ นั้นดันเข้าแนบอุ้งมือของเขา แสงแดดส่องลงมาจับอยู่บนปลายจมูกของแจ๊ค และริมฝีปากที่เม้มขึ้นราวกับกำลังกลั้นยิ้มอยู่

นอร์ธไม่ใช่ทูธที่จะชื่นชมอย่างเต็มปากเต็มคำว่านี่คือใบหน้ายามหลับใหลของเทวดา หากเขาก็ยอมรับโดยปราศจากข้อโต้เถียงว่าสีหน้าของเด็กหนุ่มช่างสงบสุข ไม่เดียงสา ....เช่นที่เด็กทุกคนควรจะเป็น

ถูกแล้ว แจ๊คก็เป็นเด็กคนหนึ่งเหมือนกัน

เด็กที่เหล่าผู้พิทักษ์ต่างให้สัตย์สาบานว่าจะปกป้อง ไม่ว่าจะเป็นเด็กดีหรือเด็กดื้อ ไม่ว่าจะเป็นเด็กว่าง่ายหรือเด็กซน
เด็กที่ควรจะได้อยู่ท่ามกลางครอบครัว ได้หัวเราะอย่างไม่ประสีประสา โดยไม่ต้องกังวลหรือเจ็บปวดกับการถูกปฏิเสธ

แจ๊คไม่เคยปริปากเรียกร้องหรือกระทั่งตัดพ้อกับสิ่งที่เขาควรจะได้ เหมือนความโดดเดี่ยวที่ผ่านมานั้นเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เหมือนตัวเองไม่ใช่หนึ่งในเด็กตามคำสัตย์สาบานของเหล่าการ์เดี้ยน
ทุกครั้งที่มองเห็นความโดดเดี่ยวที่แฝงมาในคำพูดหรือท่าทีของอีกฝ่าย นอร์ธก็จะรู้สึกลำคอตีบตันจนพูดไม่ออก เขารู้ว่ามันคือความรู้สึกผิด แต่ก็คงไม่มีวันจะบอกกับใครเป็นอันขาด นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจะแบ่งปันกับผู้ใด ไม่ใช่สิ่งที่แจ๊คควรจะรับรู้ในฐานะการชดใช้หรือชดเชย แต่เป็นสิ่งที่เขาอยากจะให้ ....ให้จนเด็กชายตรงหน้านี้รับรู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องได้อย่างไม่สิ้นสุด

เขายกเด็กหนุ่มขึ้นจากพื้น ร่างนั้นเบาหวิวอยู่บนลำแขนที่ราวกับท่อนซุงของเขาจนนอร์ธอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างขื่นคอ ไม้เท้าที่เจ้าตัวกอดอยู่ทำให้เขาอุ้มได้ไม่สะดวกนัก อีกฝ่ายขยุกขยิกตัวไปมา จนได้ท่าที่นอนสบายที่สุดแล้วก็อิงศีรษะนิ่งอยู่กับแขนของเขาโดยไม่มีท่าทีว่าจะตื่น
เขาตะโกนเรียกฟิล ถามหาห้องที่เคยสั่งให้จัดแจงเอาไว้ เยติร่างยักษ์ทำตาโตเมื่อเห็นแจ๊ค ก่อนจะบ่นงึมงำอย่างกึ่งฉุนกึ่งโล่งใจ ภาพนั้นทำให้เขายิ้มออก

อาจจะสายเกินไปสำหรับการทำที่นี่ให้เป็นบ้าน
แต่อย่างน้อยที่สุด เขาก็หวังว่าพวกเขาจะเป็นครอบครัวได้

 

End


 

* ครอบครัวการ์เดี้ยนบันซายยยยยยยยยยยย 

 

Comment

Comment:

Tweet

เหมือนคุณปู่กะหลานตัวน้อยจอมซนจริงๆ เล่นจนแบตหมดหลับไป คุณปู่เลยอุ้มพาไปนอนสินะ >w<
พอเป็นผู้พิทักษ์แล้วก็ต้องคอยปกป้องดูแลเด็กๆ เลยจะทำตัวเป็นเด็กซะเองไม่ค่อยได้สินะ(แต่เห็นก็เกรียนอยู่ไม่ใช่เหรอ)  น่ารักมากเลยฮับ 

#4 By RhomeO on 2013-04-15 11:03

เป็นอะไรที่เราอยากอ่านอยู่ค่ะ ว่าแจ๊คไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้ว มีครอบครัวมีเพื่อนแล้ว ซานต้าเป็นอีกตัวละครที่เราชอบมากและรู้สึกว่านี่ล่ะ พิเศษต่างจากซานต้าที่เห็นบ่อยๆแล้ว เรื่องนี้เองแจ๊คก็เข้มแข็งน่ารัก ไม่เรียกร้องอะไร ซานต้าก็น่ารักอุ้มแจ๊คยังกะพาเด็กไปนอน ง๊ากกก

#3 By bonbonpich on 2013-04-01 22:05

คิดภาพตามแล้ว แบบแจ็ค ฮือออ น่ารักมากเลยค่ะ ซนจนเหนื่อยก็หลับ
ชอบที่จขบเขียนออกมาดูอบอุ่นมาก ครอบครัวการ์เดี้ยนสุขสันต์ big smile
อยากบอกคุณโอ๋ว่า ขอบคุณที่เอาเควสมาเขียนนะคะ (ด้วยความรู้สึกส่วนตัวสังหรณ์ว่าจะเป็นเควสที่ไม่โดนเลือกที่สุดในบรรดา 4 ข้อไงไม่รู้ 55)
 จริงๆ เม้นไปเกือบหมดแล้วเนอะ แต่ก็อยากบอกว่าชอบ แจ็คที่คุณโอ๋เขียนมากๆ เลยอ่าา เป็นเด็กผู้ชายน่ารัก ชอบการป่วนของแจ็คจริงๆ XD บรรยากาศของนอร์ธก็ดีด้วย ในการ์เดี้ยนทั้งหมดคนที่แจ็คน่าจะยอมลงให้และเชื่อฟังสุดเราคิดว่ายังไงก็ต้องนอร์ธอ่ะนะ cry ปู่หลานๆๆ 
รอพาร์ทของการ์เดี้ยนคนอื่นต่อนะคะ555

#1 By chibi on 2013-01-26 14:55