[Kuroko No Basket] 愛の言葉を捧げよう

posted on 22 Oct 2013 11:33 by ohohoh in kuroko directory Fiction


* คิเซกิสมัยม.ต้น ก่อนจะจูนิเบียวกัน
* เจ้าของบล๊อกเป็นสาวกท่านอาคาชิค่ะ
* มองจากสายตาท่านอาคาชินะ



บังเอิญว่าวันนั้น ทุกคนอยู่ซ้อมจนดึกกว่าปกติ
 

บังเอิญว่าวันนั้น มุราซากิบาระทำขนมหกกระจายในห้องล็อกเกอร์ (เจ้าตัวถึงกับน้ำตาซึม) ทุกคนเลยช่วยกันเก็บกวาดคนละไม้คนละมือ (ฉันยุ่งกับการปลอบมุราซากิบาระให้หายงอแง) (สุดท้ายก็ตกลงกันได้ที่มันฝรั่งไซส์ L ถุงใหม่)
 

รอจนพวกเราออกจากโรงเรียนเพื่อเดินทอดน่องไปยังร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ที่สุด พระจันทร์ดวงกลมโตก็ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้าสีหม่นแล้ว
 

กลางคืนของโตเกียวนั้นไม่เคยหลับใหล ต่อให้เป็นตรอกถนนที่เงียบเหงาสักแค่ไหนก็มักมีแสงไฟเล็ดรอดไปถึง ท้องฟ้าสีเทาจางๆ เห็นเมฆลอยอยู่ประปรายนี้จึงใช่ว่าจะเหมาะกับการชมจันทร์นัก
 

แต่ในเมื่อนึกได้เสียแล้ว ฉันก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกไป
 

“พระจันทร์สวยจังเลยนะ”
 

ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเป็นตาเดียว แล้วคิเสะก็ร้องออกมาเป็นคนแรก
 

“โห... กลมป็อกเลย! เหมือนดังโกะเลยนะ”
 

“.....โมจิไอศกรีม.......” มุราซากิบาระพูดบ้าง
 

อาโอะมิเนะกอดอกอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเปรยลอยๆ “หน่มน้ม”
 

“ว่าแล้วว่าอาโอะมิเนจจิต้องพูด” “ว่าแล้วว่ามิเนะจินต้องพูด”
 

ฟังเสียงเอะอะของสามคนแล้ว ฉันก็ขยับสายตาไปข้างๆ และปะเหมาะสบตากับมิโดริมะเข้าพอดี หนุ่มแว่นของทีมทำหน้ากระอักกระอ่วน ก่อนจะสะบัดหน้าหนีให้ฉันเห็นใบหูที่แดงก่ำอยู่ตำตา
 

ฉันกลั้นหัวเราะ คราวนี้เมื่อหันไปด้านข้างก็เจอคุโรโกะอยู่ตรงนั้นเหมือนรอท่าอยู่แล้ว อีกฝ่ายยิ้มน้อยๆ พร้อมกับกล่าวชัดถ้อยชัดคำ
 

“ผมอยากจะตายไปเดี๋ยวนี้เลยครับ”
 

มิโดริมะแค่นเสียงเฮอะ ฝ่ายสามคนที่เหลือก็หันมาทำหน้างง
 

“เท็ตสึ! พูดอะไรของแกน่ะ” “คุโรโกจจิ อย่าเพิ่งคิดสั้นสิ จะตายก็ต้องตายด้วยกันนะะะะะ” “...ขอกินมันฝรั่งให้หมดก่อนตายได้ไหมอ่ะ?”
 

ฉันหัวเราะ แต่ก็ไม่คิดจะอธิบาย ทั้งไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องทำอย่างนั้น เพียงแต่นึกอยากรู้ขึ้นมาเล็กน้อย ว่าสักวันหนึ่งหากสามคนนี้จะเข้าใจความหมาย พวกเขาจะทำหน้าอย่างไรบ้างหนอ

 

 

ただの自己満足だとしても



End 


* เป็นมุกที่อยากใช้มานานแล้วค่ะ ท่านที่ไม่เข้าใจความหมาย รบกวนทางนี้หน่อยนะคะ ^^;



 

Comment

Comment:

Tweet

ต้องขอโทษจริงๆค่ะที่มารบกวนที่บล็อคนี้ 
เราเพิ่งได้มีโอกาสอ่านบล็อคอีกอันของคุณจากลิ้งในพันทิป
แล้วก็ทำให้เราติดมากๆจนอยากติดตามต่อ
ขอเป็นแฟนคลับตามอ่านผลงานอีกคนนะคะ กรุณาไปอัพบล็อคนู้นต่อด้วยเถอะค่ะ ถือว่าสงสารคนไกลบ้านที่รักการอ่านด้วยเถอะนะคะ
ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ  

ปล.เราอยู่ญี่ปุ่นนะคะ มีอะไรมาแชร์กันได้เนอะbig smile

#4 By BV (121.80.76.129) on 2013-11-06 08:45

ไม่เขียนบล็อคโน้นแล้วหรอคะ 
รออ่านอยู่ เพิ่งไปรีเควสคดีฆาตกรรม travis alexander มาด้วย รอติดตามอยู่นะคะ ขอบคุณค่ะ
[ your huge fan ]

#3 By Tangmo (115.67.70.215) on 2013-10-27 05:59

แอร๊ยยยยยยยย
นี่สินะคือซึนเดเระขั้นแม็กซิมั่ม สูงส่งและมีชั้นเชิงมั่กๆ
โฮ้ววววววววววววววววววววววววววววว
ถึงท่านไม่เคยบอกตรงๆ แต่นี่คือช่วงเวลาที่ท่านรักและหวงแหนที่สุดสินะ โค่ววววววววววววว เป็นการบอกรักเมมเบอร์ที่อุ่นวาบไปทั้งอกอะ T^T
องค์ราชาเพคะ หม่อมฉันคิดถึงช่วงเวลาที่ไม่มีวันกลับมานั้นมากๆจนน้ำตาจะไหลเลยนะเพคะ  
มิโดจินกับคุโระจินเป็นคนที่เข้าใจความอ่อนโยนที่นานๆทีนี้จะหลุดออกมาสินะ อาโฮ่ที่เหลือบล่อยไปเถอะคะ เพราะยังไงถึงไม่เข้าใจแต่สัมผัสถึงความอบอุ่นนี้ได้แน่นอน
ยิ่งอ่านยิ่งจุก River never return รึเปล่านะ 

#2 By fukaze on 2013-10-23 10:30

นะนะน่าร้ากขำขันเฮฮามากค่ะ 5555 
นิสัยท่านอาคาชิสมเป็นท่านจริงๆ คนอื่นทำความสะอาดกันตัวเองเนียนไม่ทำเสไปหาเรื่องปลอบมุราซากิบาระแทนสินะ!
แถมคำพูดคำจาท่านอาคาชิ(ขนาดยังไม่จูนิเบียว)นี่ประหนึ่งหลุดออกมาจากยุคเมจิ-ไทโชเสียนี่กระไร(ควรดีใจสินะที่ท่านไม่ย้อนไปถึงเฮอัน) 
รู้สึกสงสารคุโรโกะกับมิโดริมะเบาๆ ที่เข้าใจว่าท่านจะสื่ออะไรและดีใจแทนอาโฮ่3คน(เรียกด้วยความรักนะคะ~)จริงๆ ที่ไม่เข้าใจว่าท่านจะสื่ออะไร 555 
ว่าแต่ที่พูดออกมานี่อยากจะพูดเจาะจงถึงใครคนใดคนหนึ่งรึเปล่าคะ
ขอบคุณมากนะคะสำหรับฟิคสั้นๆ แต่น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก >< แถมหวังว่าจะมีเรื่องอื่นตามมาอีกนะคะ (ฮา) cry

#1 By bituak (171.7.56.152) on 2013-10-22 12:54